Notice: Function _load_textdomain_just_in_time was called incorrectly. Translation loading for the wp-cerber domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/airlakatook/domains/xn--q3ccwc2bxc7erc.com/public_html/wp-includes/functions.php on line 6170
ซ่อมแอร์ใกล้ฉัน Archives |
Top notch Multipurpose WordPress Theme!

11 วิธีช่วยประหยัดค่าไฟ

by Yensabuy Service Air Comments: 0

ล้างแอร์ประหยัดไฟ

ชวนเชิญ มาล้างแอร์ ลดค่าไฟ ช่วงโควิด19 กันนะคะ | โทร: 02-012-0122 | 089-166-8765

เปิดให้บริการ ลูกค้าทุกท่าน ทุกวัน 8.00-18.00 น.

ล้างแอร์ประหยัดไฟ

นอกจากการ ล้างแอร์ประหยัดไฟ แล้ว ยังมีอีก 11 วิธีต่อไปนี้ จะช่วยเราประหยัดพลังงานและพลังเงินของเราโดยไม่ต้องลงทุน

หลายวิธีที่จะกล่าวถึงนี้ อาจเป็นวิธีง่ายๆ ที่เราคิดไม่ถึงหรือเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเราพร้อมใจกันปฏิบัติอย่างถูกต้อง จะช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ล้างแอร์ประหยัดไฟ

1. ปิดพัดลมระบายอากาศเมื่อไม่จำเป็น

ในห้องปรับอากาศมักติดตั้งพัดลมระบายอากาศไว้สำหรับระบายอากาศออกจากห้องปรับอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องที่มีกลิ่นหรือควันจากการสูบบุหรี่ เมื่อมีการระบายอากาศออกจากห้อง ก็จะมีอากาศในปริมาณเท่ากันไหลเข้ามาในห้อง เพื่อทดแทนอากาศส่วนที่ถูกระบายทิ้งออกไป อากาศจากภายนอกที่ไหลเข้ามาแทนที่นี้ ทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อทำให้อากาศร้อนจากภายนอกที่เข้ามาเย็นลงจนเท่ากับอากาศภายในห้อง พัดลมระบายอากาศนี้มีความจำเป็น หากเป็นห้องที่มีคนใช้งานมาก หรือมีกลิ่นจากเอกสาร, อาหาร หรือควันบุหรี่ แต่หากเป็นห้องที่มีคนใช้งานไม่มาก และไม่มีกลิ่นรบกวน ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ ทั้งนี้เนื่องจาก โดยธรรมชาติจะมีอากาศรั่วซึมผ่านทางกรอบประตูหน้าต่างอยู่ในปริมาณหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ในการหายใจ นอกจากนี้ หากเป็นห้องประชุม ในขณะที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้อากาศเย็นก่อนจะมีคนเข้าใช้ห้อง ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ ให้รอจนมีคนเข้าใช้ห้องประชุมเป็นจำนวนมากก่อน จึงเปิดพัดลมระบายอากาศก็ได้

ล้างแอร์

2. ตั้งปิดจอคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน

ในสำนักงานสมัยใหม่ มีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์กันมากขึ้น ความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นภาระมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเครื่องปรับอากาศ เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหนึ่งเครื่อง จะปล่อยความร้อนออกมาโดยประมาณ250 วัตต์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นความร้อนจากจอมอนิเตอร์ประมาณ180-200 วัตต์ โดยปกติแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์จะไม่ได้ถูกใช้งานตลอดเวลา ดังนั้นผู้ผลิตโปรแกรม จึงมีส่วนที่ให้ผู้ใช้สามารถตั้งโปรแกรมให้จอมอนิเตอร์ปิดโดยอัตโนมัติ เมื่อไม่ได้สัมผัสคีย์บอร์ด หรือเมาส์ในระยะเวลาหนึ่ง

สำหรับผู้ใช้ Window 98 การตั้งเวลาสามารถทำได้ ดังนี้

1) เลือก My computer

2) เลือก Control Panel

3) เลือก Power Management

4) ตั้งค่า Power schemes เป็น Home/Office Desk

ล้างแอร์ประหยัดไฟ

3. ตั้งอุณหภูมิ27 ๐C แล้วเปิดพัดลมเสริม

ความเย็นสบาย หรือความสบายเชิงความร้อน (Thermal Comfort) เกิดขึ้นได้จากการมีปัจจัยหลัก 3 ประการที่สมดุลกัน คือ

1) อุณหภูมิ

2) ความชื้นสัมพัทธ์

3) ความเร็วลม

หากต้องการระดับความสบายเท่าเดิม เมื่อปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนก็สามารถเปลี่ยนปัจจัยอื่นเป็นการทดแทนได้การตั้งอุณหภูมิในห้องสูงขึ้น จะประหยัดพลังงานได้ โดยปกติแล้วก็จะตั้งได้สูงสุดประมาณ 25-26 C มิฉะนั้นจะร้อนเกินไป แต่ถ้าเราเปิดพัดลมช่วยเพิ่มความเร็วลมในห้อง เราจะสามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงถึง 28-30 C โดยยังเย็นสบายเหมือนเดิม (มีระดับความสบายเชิงความร้อนเท่ากัน) โดยจะช่วยประหยัดพลังงานได้มาก

ล้างแอร์บ้าน

4. นำตู้มาตั้งชิดผนังด้านตะวันออกหรือตะวันตก

ผนังด้านที่มีความร้อนเข้ามามากทีสุดคือ ด้านตะวันออก และตะวันตก นอกจากความร้อนที่ผ่านผนังเข้ามาแล้ว เวลาที่แสงอาทิตย์ส่องถูกผนัง จะทำให้ผนังมีอุณหภูมิร้อนขึ้นมาก และจะแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคน ซึ่งจะทำให้คนรู้สึกร้อนขึ้น แม้อุณหภูมิในห้องจะเท่าเดิม ในห้องที่มีสภาพนี้จะต้องตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ประมาณ 21-22 C จึงจะรู้สึกเย็นสบาย แต่เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น การนำตู้ไปตั้งชิดผนัง จะช่วยป้องกันการแผ่รังสีความร้อนจากผนังได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ ในห้องที่ผนังห้องไม่ร้อน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 C ก็จะเย็นสบายเพียงพอ นอกจากป้องกันการแผ่รังสีความร้อนจากผนังแล้ว การมีตู้ตั้งชิดผนัง ยังเสมือนว่ามีผนังหนาขึ้น จึงเป็นการช่วยลดความร้อนที่ผ่านผนังเข้ามาได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การนำตู้ไปตั้งติดผนังห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก

ผนังด้านนั้นมีกระจกด้วย จะทำให้อุณหภูมิภายในตู้สูงกว่าอุณหภูมิห้อง ดังนั้น จึงควรระมัดระวังกรณีที่สิ่งของภายในตู้ไม่สามารถทนความร้อนได้

ล้างแอร์เอง

5. ปิดแอร์เมื่อไม่ใช้และอย่าเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ในขณะปิดแอร์

ระบบปรับอากาศ (แบบน้ำเย็น) ใช้พลังงานประมาณ 1 หน่วยต่อตันต่อชั่วโมง ตัวอย่างเช่นเครื่องปรับอากาศขนาด 5 ตัน เปิดใช้งาน 4 ชั่วโมง จะใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 1 x 5 x 4 = 20 หน่วย คิดเป็นเงินประมาณ 20 x 3= 60 บาท (ค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3 บาทต่อหน่วย) ในอาคารทั่วไปๆ ค่าไฟฟ้าที่จ่ายไปกว่าครึ่งหนึ่งเป็นค่าไฟของระบบปรับอากาศ การปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่ใช้ห้องปรับอากาศจะสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ในขณะที่ปิดเครื่องปรับอากาศนั้น จะต้องไม่เปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้ มิฉะนั้นความร้อนและความชื้นจากภายนอกจะเข้าไปในห้องปรับอากาศและจะสะสมอยู่ที่ พื้น, ผนัง, เฟอร์นิเจอร์, พรม, กระดาษ, ผ้าม่านฯลฯ เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศครั้งต่อไปเครื่องปรับอากาศก็จะต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อดึงเอาความร้อนและความชื้นนี้ออกไป ซึ่งจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่องเสียอีก

ล้างแอร์โรงงาน

6. ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออกนอกห้องปรับอากาศ

อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดจะปล่อยความร้อนออกมา เท่ากับพลังงานไฟฟ้าที่อุปกรณ์นั้นใช้ ดังนั้น ภาระส่วนหนึ่งที่สำคัญของเครื่องปรับอากาศจึงเกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้องปรับอากาศ หากเราสามารถลดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องปรับอากาศโดยการย้ายออกไปตั้งไว้นอกห้องปรับอากาศได้ก็จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่มักมีอยู่ในห้องปรับอากาศแต่สามารถย้ายออกไปได้ เช่น

1) ตู้เย็น

2) ตู้ทำน้ำเย็น

3) เครื่องถ่ายเอกสาร

4) หม้อต้มน้ำร้อน หรือเครื่องชงกาแฟ

5) ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

6) หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

7) ฯลฯ

รับล้างแอร์

7. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไฟแสงสว่างที่ไม่จำเป็น

เครื่องใช้ไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้าแสงสว่าง จะปล่อยความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศ เท่ากับพลังงานที่อุปกรณ์ไฟฟ้าและหลอดไฟใช้ และความร้อนนั้นก็จะกลายเป็นภาระของเครื่องปรับอากาศ และต้องเสียพลังงานในการนำความร้อนนี้ทิ้งออกไปข้างนอกอีก จะเห็นได้ว่า การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไฟฟ้าแสงสว่าง ในห้องปรับอากาศจะเป็นการเสียค่าไฟสองต่อ คือ

– เสียค่าไฟที่อุปกรณ์หรือหลอดไฟใช้

– เสียค่าไฟที่เครื่องปรับอากาศเพื่อนำความร้อนออกไปทิ้งนอกห้อง

ดังนั้น การปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไฟแสงสว่างที่ไม่จำเป็นในห้องปรับอากาศจึงเป็นการประหยัดสองต่อ คือ ประหยัดที่ตัวอุปกรณ์และประหยัดที่เครื่องปรับอากาศ

รับล้างแอร์บ้าน

8. งดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ

เมื่อมีการสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศก็จะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ เพื่อระบายควันและกลิ่นออกจากห้องการระบายอากาศส่วนหนึ่งออกจากห้อง ก็จะทำให้มีอากาศจากภายนอกใหลเข้ามาในห้องทดแทนซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น หากงดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศหรือเปิดเพียงช่วงสั้นๆ ก็เพียงพอซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานได้ นอกจากนี้ การงดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ ยังลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ จึงทำให้มีฝุ่นละอองไปจับที่คอยล์น้อยเครื่องปรับอากาศ จึงมีประสิทธิภาพสูงอยู่เสมอ และช่วยยืดระยะเวลาการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศไปได้

ล้างแอร์ประหยัดไฟ

9. สวมเสื้อผ้าบางๆ

การสวมเสื้อผ้าบางๆ จะช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น จึงสามารถตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นได้ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ดั้งนั้น จึงควรรณรงค์ให้ผู้ที่ทำงานในห้องปรับอากาศหันมาใส่เสื่อผ้าบางๆ ไม่ควรใส่สูทเพื่อที่จะตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นได้

ล้งแอร์ประหยัดไฟ

10. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท

หากปิดประตูหรือหน้าต่างไม่สนิท จะทำให้มีอากาศร้อนชื้นจากภายนอกรั่วใหลเข้าไปในห้องได้ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น และสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น มาตรการนี้ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่น่าจะต้องกล่าวถึงอีกแต่กลับเป็นปัญหาที่พบบ่อย และละเลยกันมากที่สุด นอกจากการปิดประตูหน้าต่างไม่สนิทรอยรั่วรอบๆ กรอบ

ประตูและหน้าต่างก็เป็นปัญหาที่พบบ่อยๆ หากพบว่ามีรอยแยกและมีลมรั่วจากภายนอกเข้ามา ก็ควรดำเนินการแก้ไขเพื่อช่วยกันประหยัดพลังงาน

ล้างแอร์ประหยัดไฟ

11. ปิดผ้าม่าน

การปิดผ้าม่าน จะช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากภายนอกเข้ามาสู่ตัวคนโดยตรงได้ และยังช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากผิวกระจกมาสู่ตัวคนด้วย ซึ่งทำให้ไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติเพื่อชดเชยการแผ่รังสีความร้อนจึงช่วยประหยัดพลังงานได้ นอกจากลดการแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคนแล้ว ผ้าม่านยังช่วยสะท้อนความร้อนกลับออกไปภายนอกได้ด้วย (ถึงแม้ว่าจะไม่มากนัก) จึงเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง

 


 

ซ่อมแอร์ ด่วน !! ล้างแอร์ ราคาประหยัด เปิดบริการทุกวัน

ซ่อมแอร์รั่ว

by Yensabuy Service Air Comments: 0

ซ่อมแอร์รั่ว

รับซ่อมแอร์ด่วน ซ่อมแอร์บ้าน ราคาถูก | โทร: 02-012-0122 | 089-166-8765

ซ่อมแอร์รั่ว เติมน้ำยาแอร์

ซ่อมแอร์รั่ว

คือ แอร์ที่เปิดมาแล้วเครื่องทำงานปกติทั้งตัวคอยล์เย็นและคอยล์ร้อน แต่ไม่มีความเย็นออกมาจากด้านในห้อง เป็นลมเหมือนพัดลมธรรมดา แสดงว่าอาจมีการรั่วของระบบน้ำยา จากที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งต้องตรวจเช็คหาจุดรั่วซึมให้พบ และทำการเชื่อมปิดรอยรั่ว และแว๊กคัมระบบเพื่อไล่อากาศ จากนั้นก็ เติมน้ำยาแอร์ใหม่ครับ

ตารางราคาค่าบริการซ่อมรั่วR22

ขนาดบีทียู (BTU)ราคาการรับประกันระยะเวลา
ขนาด 9,000 – 18,000 บีทียู1,800-2,50090 วัน1 ช.ม.
ขนาด 18,001 – 28,000 บีทียู2,200-2,80090 วัน1 ช.ม.
ขนาด 28,001 – 38,000 บีทียู2,500-3,50090 วัน1 ช.ม.
ขนาด 38,001 – 48,000 บีทียู3,000-4,00090 วัน1 ช.ม.
ขนาด 48,001 – 60,000 บีทียู3,800-5,00090 วัน1 ช.ม.
ขนาด 60,001 – 80,000 บีทียู5,000-6,50090 วัน1 ช.ม.

** พนักงานหารอยรั่วเจอแล้วและชี้ตำแหน่งรอยรั่วให้ลูกค้าทราบ ก่อนทำการซ่อม

** น้ำยาแอร์ R32  กับ R410A จะมีราคาแพงขึ้นอีก 1,000 บาท

รายละเอียดการทำงาน

  • ตรวจเช็คหารอยรั่วซึมตามจุดต่าง ๆ
  • แจ้งให้ลูกค้าทราบถึงจุดรั่วที่พบอย่างเด่นชัด
  • ทำการเชื่อมอุดรูรั่วตามจุดที่แจ้งลูกค้า
  • ทำการแว๊กคัมระบบทางเดินน้ำยาใหม่เพื่อไล่อากาศ
  • ตรวจเช็ครอยรั่วที่เชื่อมว่าไม่มีรอยรั่วอีก
  • เติมน้ำยาแอร์ให้เต็มระบบและทดสอบระบบแอร์

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

** การซ่อมแต่ละครั้งจะมีการแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนทุกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดการซ่อมและราคาค่าใช้จ่ายในการซ่อม ให้ลูกค้าได้ทราบก่อนล่วงหน้าเสมอ ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาแอร์ของท่าน ในการทำงานทุกครั้งครับ

 

กรณีหารอยรั่วไม่พบและต้องตัดมาเพื่อหารอยรั่ว

ตารางราคาค่าบริการตัดมาซ่อมรั่วR22

ขนาดบีทียู (BTU)ราคาการรับประกันระยะเวลา
ขนาด 9,000 – 18,000 บีทียู2,500-3,50090 วัน1 วัน
ขนาด 18,001 – 28,000 บีทียู3,000-3,80090 วัน1 วัน
ขนาด 28,001 – 38,000 บีทียู3,500-4,50090 วัน1 วัน
ขนาด 38,001 – 48,000 บีทียู4,000-5,00090 วัน1 วัน
ขนาด 48,001 – 60,000 บีทียู5,000-6,50090 วัน1 วัน
ขนาด 60,001 – 80,000 บีทียู6,500-8,50090 วัน1 วัน

** พนักงานโทรแจ้งรอยรั่วที่หาพบให้ลูกค้าทราบ ก่อนทำการซ่อม
** น้ำยาแอร์ R32  กับ R410A จะมีราคาแพงขึ้นอีก 1,000 บาท

รายละเอียดการทำงาน

  • ตัดแอร์ไปเพื่อตรวจเช็คหารอยรั่วซึมตามจุดต่าง ๆ
  • แจ้งให้ลูกค้าทราบถึงจุดรั่วที่พบอย่างเด่นชัด
  • ทำการเชื่อมอุดรูรั่วตามจุดที่แจ้งลูกค้า
  • นำแอร์ที่ตัดไปมาประกอบและติดตั้งที่เดิม
  • ทำการแว๊กคัมระบบทางเดินน้ำยาใหม่เพื่อไล่อากาศ
  • ตรวจเช็ครอยรั่วที่เชื่อมว่าไม่มีรอยรั่วอีก
  • เติมน้ำยาแอร์ให้เต็มระบบและทดสอบระบบแอร์

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

** การซ่อมแต่ละครั้งจะมีการแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนทุกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดการซ่อมและราคาค่าใช้จ่ายในการซ่อม ให้ลูกค้าได้ทราบก่อนล่วงหน้าเสมอ ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาแอร์ของท่าน ในการทำงานทุกครั้งครับ

ล้างแอร์บ้าน

by Yensabuy Service Air Comments: 0

ล้างแอร์

รับล้างแอร์ด่วน ซ่อมแอร์ด่วน ราคาถูก | โทร: 02-012-0122 | 089-166-8765

ล้างแอร์

โปรโมชั่น ล้างแอร์

ขนาดบีทียู (BTU)ธรรมดาอินเวอร์เตอร์
9,000500 400.-600 500.-
12,000500 400.-600 500.-
18,000500 400.-600 500.-
20,000600 500.-700 600.-
28,000600.-700.-
32,000700.-800.-

ล้างแอร์ เริ่ม 400 บาท

ล้างแอร์ด่วน ซ่อมแอร์ด่วน

โทรเลย 089-166-8765 ทุกวัน

 

ล้างแอร์ ป้องกันฝุ่น PM2.5


หลายท่านอาจจะเกิดคำถามว่า ในการ ล้างแอร์ ควรจะล้างกี่เดือนครั้งดี เพราะเห็นช่างส่วนใหญ่ก็บอกให้ล้างทุกๆ 6 เดือน แต่บางทีพึ่งล้างไม่กี่เดือนก็เริ่มไม่ค่อยเย็นแล้ว ซื่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหนนั้น ลองพิจารณาดังนี้ครับ

  • ปัจจัยหนึ่งก็คือ เราเปิดใช้งานแอร์ตัวนั้นบ่อยครั้งและนานแค่ไหน ยิ่งเปิดบ่อยๆหรือเปิดนานๆ ก็ยิ่งต้อง ล้างแอร์ บ่อยครั้งขึ้นเท่านั้น เพราะขณะที่แอร์กำลังทำงาน จะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องเพื่อหมุนเวียนแล้วพ่นลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไป แล้วไปหมักหมมอยู่ภายในตัวเครื่อง และจะทำให้ระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เเอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น
    ล้างแอร์
  • อีกปัจจัยหนึ่งก็คือตำแหน่งที่อยู่อาศัยของท่าน ถ้าหากอยู่ติดถนน หรืออยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น บริเวณที่กำลังมีการก่อสร้าง เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องล้างแอร์บ่อยครั้งขึ้นตามปริมาณฝุ่นละออง (สังเกตง่ายถ้าด้านหลังของคอยล์ร้อนเริ่มมีฝุ่นจับมากก็ควรล้างทันที อย่าปล่อยให้อุดตันจนอากาศไหลเวียนได้ไม่สะดวก)
  • พื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับการก่อสร้าง ก็จะทำให้มีสิ่งสกปรกอุดตันเร็วเช่นกัน
    ยิ่งถ้าบ้านติดกับการก่อสร้างถนนด้วยแล้วนั้น แนะนำความล้างแอร์ทุก 2-3 เดือนครั้งครับ เพราะแอร์จะสกปรกเร็วมาก ๆ
  • ที่อยู่อาศัยภายในห้องมีการใช้แป้งเยอะหรือไม่ หรือที่นอนเป็นฝุ่นเยอะหรือไม่ หรือมีสิ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ต้องล้างแอร์เร็วขึ้นนะครับ

ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ ด้วยน้ำเปล่าทุก ๆ อาทิตย์ (ทำให้แห้งก่อนนำไปใส่) เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง (ช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ และยังช่วยลดไรฝุ่นละอองที่ลมเป่าออกมาจากตัวแอร์ในห้องได้ด้วย)

ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ และยังช่วยทำให้อากาศภายในห้องสะอาด เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย

 

ราคาล้างแอร์บ้าน แอร์ติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU)ธรรมดาอินเวอร์เตอร์
9,000 – 18,000400.-500.-
18,001 – 24,000500.-600.-
24,001 – 30,000600.-700.-
30,001 – 38,000700.-800.-
ดูราคาค่าล้างแอร์อินเวอร์เตอร์ เริ่มต้น 500.- บาท

นัดล้างแอร์ออนไลน์  |  ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |  ซ่อมแอร์ด่วน

 

รายละเอียดการล้างแอร์

( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีด เทอร์โมรูม และ รีโมทควบคุมความเย็น (CONTROL)

( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า และ การทำงานของคอนเดนซิ่งยูนิต

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** การล้างแอร์แต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านค่ะ

 


 

อัตราค่าบริการล้างย่อยแอร์

 

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างย่อยแอร์แบบติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU)ราคาระยะเวลา
20,001 – 48,000300.-15-30 นาที
กรณีแอร์เสียเก็บค่าตรวจเช็ค300.-15-30 นาที
* รวมค่าบริการ / ค่าตรวจเช็ค ค่าเดินทาง / ค่าล้างย่อยแอร์ / แล้วแต่กรณี

 

รายละเอียดการล้างแอร์(ย่อย)

( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter)
2. ดูดและเป่าทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจเช็ค รอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น และใบพัด
5. ตรวจเช็คชุดควมคุมระบบแอร์เทอร์โมรูมและรีโมท

( ล้างย่อย ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

6. ดูดและเป่าแผงครีบคอนเดนซิ่งยูนิตด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
7. ตรวจวัดแรงดันของระบบน้ำยา ที่คอนเดนซิ่ง
8. ตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด
9. ตรวจเช็คการทำงานของมอเตอร์และใบพัดลมคอยล์ร้อน
10. ตรวจเช็คการทำงาน ของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** กรณีล้างย่อย คิดค่าล้างย่อย 300.- บาท แอร์ขนาดใหญ่เกิน 20,000 BTU | ค่าบริการตรวจเช็ค 300.- บาท กรณีแอร์เสีย ไม่ได้ล้างแอร์ | – ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามหน้างานจริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดราคาค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้าทราบก่อนการดำเนินการทุกครั้ง ขอบคุณที่ไว้วางใจใช้บริการเย็นสบาย ค่ะ !!

 



ล้างแอร์ อินเวอร์เตอร์

by Yensabuy Service Air Comments: 0

ล้างแอร์บ้าน

ล้างแอร์อินเวอร์เตอร์

โดยทีมช่างล้างแอร์มืออาชีพ รับล้างแอร์ ล้างแอร์บ้าน ราคาถูก | โทรด่วน: 02-012-0122 | 089-166-8765

ล้างแอร์บ้าน ล้างแอร์อินเวอร์เตอร์

 

ข้อแนะนำ : ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแอร์ ด้วยน้ำเปล่าทุก ๆ อาทิตย์ (ทำให้แห้งก่อนนำไปใส่) เพื่อลดการอุดตันของแผ่นกรอง (ช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ และยังช่วยลดไรฝุ่นละอองที่ลมเป่าออกมาจากตัวแอร์ในห้องได้ด้วย)

ข้อสังเกต : แอร์จะทำความเย็นได้ดีขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดไฟขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการล้างแอร์ อีกทั้งยังช่วยลดสิ่งสกปรก เชื้อโรคที่สะสมอยู่ภายในเครื่องปรับอากาศ และยังช่วยทำให้อากาศภายในห้องสะอาด เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย

 

ราคาล้างแอร์แบบติดผนัง แอร์อินเวอร์เตอร์

ขนาดบีทียู (BTU)ราคาหน้าสามเหลี่ยม
9,000 – 18,000500.-500.-
18,001 – 24,000600.-600.-
24,001 – 30,000700.-700.-
30,001 – 38,000800.-800.-
ล้างแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ ทุกยี่ห้อ ค่าล้างแอร์ เริ่มต้นเพียง 500.- บาท

นัดล้างแอร์ออนไลน์  |  ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

 

รายละเอียดการทำงาน

( ล้างใหญ่ ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดโบเวอร์ ด้วยปั้มน้ำแรงดันสูง
2. ล้างทำความสะอาดฟิลคอยล์ (EVAPERRATOR) ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง
3. ดูดและเป่าทำความสะอาดระบบท่อน้ำทิ้งด้วย (BLOVER)
4. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (FILTER)
5. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
6. ตรวจเช็ครอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม (FANCOLL)
7. ตรวจเช็คสปีด เทอร์โมรูม และ รีโมทควบคุมความเย็น (CONTROL)

( ล้างใหญ่ ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

8. ล้างทำความสะอาดแผงครีบคอนเดนซึ่งด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงและ BLOVER
9. ผสมน้ำยาฉีดล้างเครื่องปรับอากาศจะทำ ให้ขาวสะอาด และ มีกลิ่นหอม
10. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟภายในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
11. ตรวจวัด แรงดันของระบบน้ำยา เช็คกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์
12. ตรวจเช็ตการทำงานของไทม์เมอร์ และอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด ของระบบคอมเพรสเซอร์
13. ตรวจเช็คกระแสไฟฟ้า และ การทำงานของคอนเดนซิ่งยูนิต

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** การล้างแต่ละครั้งจะมีผ้าใบคลุม สำหรับป้องกันความสกปรก และน้ำกระเด็นใส่สิ่งของ ของลูกค้า ด้วยการทำงานแบบมืออาชีพ เราตั้งใจให้พนักงานทำงานอย่างมีคุณภาพและดูแลรักษาความสะอาด ในการทำงานทุกครั้งให้ลูกค้า ผู้มีพระคุณยิ่งทุกท่านค่ะ

 


 

อัตราค่าบริการล้างย่อยแอร์

 

| นัดล้างแอร์ออนไลน์ | ศูนย์บริการโทร : 02-897-1224-5 | 02-897-1522 | 089-166-8765 |

ราคาล้างย่อยแอร์แบบติดผนัง

ขนาดบีทียู (BTU)ราคาระยะเวลา
20,001 – 48,000300.-15-30 นาที
กรณีแอร์เสียเก็บค่าตรวจเช็ค300.-15-30 นาที
* รวมค่าบริการ / ค่าตรวจเช็ค ค่าเดินทาง / ค่าล้างย่อยแอร์ / แล้วแต่กรณี

 

รายละเอียดการล้างย่อยแอร์

( ล้างย่อย ) คอยล์เย็น ( EVAPERRATOR )

1. ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่น (Filter)
2. ดูดและเป่าทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
3. ตรวจเช็คจุดต่อสายไฟในระบบ และยึดสกรูสายไฟให้แน่นหนา
4. ตรวจเช็ค รอบความเร็วของมอเตอร์พัดลม คอยล์เย็น และใบพัด
5. ตรวจเช็คชุดควมคุมระบบแอร์เทอร์โมรูมและรีโมท

( ล้างย่อย ) คอยล์ร้อน ( CONDENSING UNIT )

6. ดูดและเป่าแผงครีบคอนเดนซิ่งยูนิตด้วยเครื่องเป่าลมกำลังสูง
7. ตรวจวัดแรงดันของระบบน้ำยา ที่คอนเดนซิ่ง
8. ตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ช่วยสตาร์ททุกชนิด
9. ตรวจเช็คการทำงานของมอเตอร์และใบพัดลมคอยล์ร้อน
10. ตรวจเช็คการทำงาน ของระบบคอมเพรสเซอร์แอร์

 

การเรียกเก็บค่าบริการ

ส่งบิลเรียกเก็บเงินเมื่อทำงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** กรณีล้างย่อย คิดค่าล้างย่อย 300.- บาท แอร์ขนาดใหญ่เกิน 20,000 BTU | ค่าบริการตรวจเช็ค 300.- บาท กรณีแอร์เสีย ไม่ได้ล้างแอร์ | – ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามหน้างานจริง เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดราคาค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้าทราบก่อนการดำเนินการทุกครั้ง ขอบคุณที่ไว้วางใจใช้บริการเย็นสบาย ค่ะ !!

 


 

ราคาล้างแอร์ธรรมดา